วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

ปลูกมะลิปลอดสารพิษณ.บางระจัน-สิงห์บุรีส่งนอก195ประเทศ สร้างรายได้ดีเข้าประเทศไทย


    คุณประจบ เมืองมั่น หรือ คุณเฉิน ที่ทำสวนมะลิปลอดสารพิษ ปลูกมะลิเพื่อเด็ดดอกขายเป็นวัตถดิบชามะลิ ในพื้นที่ ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โทรศัพท์/ไลน์ 0879181778  ซึ่งจังหวัดสิงห์บุรีเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้ชื่อว่า มีการปลูกมะลิทั้งจังหวัดสิงห์บุรีมากกว่า 50,000 ไร่(อนาคตไม่นานนี้จะทยอยปลูกและส่งเสริมชาวบ้าน)

   คุณประจบ เมืองมั่น หรือ คุณเฉิน เล่าว่า เริ่มปลูกมะลิในปี 2558 เดิมตนเองและครอบครัวมีอาชีพปลูกข้าวขายมาก่อน แต่จากการคำนวณต้นทุนการผลิตและรายได้แล้ว ตลอดระยะเวลาการปลูกข้าวขาย กำไรเหลือไม่มาก ต่อมาเมื่อได้รับคำแนะนำให้ปลูกมะลิจากเว็ปต่างประเทศว่า ปลูกมะลิ เพื่อเด็ดดอกขายเป็นวัตถุดิบชามะลิรายได้ดี จึงปรับเปลี่ยนแปลงนาข้าวเดิมปลูกมะลิทันที 20 ไร่ ทั้งที่ไม่มีความรู้ในการจัดการสวนมะลิปลอดสารพิษมาก่อน คุณประจบ เมืองมั่น หรือ คุณเฉิน เล่าว่า มะลิปลอดสารพิษเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ต้องทราบระยะของการให้ปุ๋ย การฉีดยาชีภาพ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ดอกมะลิไม่ได้ผลผลิตที่ดีและขายได้ตามต้องการ

    คุณเฉิน และครอบครัวถือเป็นเกษตรกรตัวอย่าง ที่มีแนวคิดการสร้างรายได้จากการขายดอกมะลิครบวงจร ซึ่งปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกจากเดิม 20 ไร่ ในพื้นที่ ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ปลูกเพิ่มอีก 50 ไร่แต่ละปีมีเป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่องให้ครบ5หมื่นไร่ที่ตั้งใจไว้ มีสภาพเป็นดินเหนียว แม้มะลิจะเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่เป็นดินเหนียว ดินร่วน และดินทรายก็ตาม แต่หากพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ลุ่มน้ำ อาจเกิดน้ำท่วมในฤดูฝน ก็ควรปลูกแบบยกร่อง เพื่อให้ต้นมะลิอยู่สูงพ้นน้ำ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวน้ำท่วมไม่ถึง แต่การยกร่องก็จะช่วยให้การระบายน้ำทำได้ดี

   

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

ข่าวดีของวงการผลิตดอกมะลิปลอดสารพิษ ในประเทศไทย โดยสวนมะลิสิงห์บุรีภายใต้การดูแลโดย ป.เคมีภัณฑ์

ข่าวดีของวงการผลิตดอกมะลิปลอดสารพิษ ในประเทศไทย โดยสวนมะลิสิงห์บุรีภายใต้การดูแลโดย ป.เคมีภัณฑ์
     ป.เคมีภัณฑ์ จำหน่ายแม่ปุ๋ยทางระบบใบพืช นำเข้าจากหลายประเทศ ต้องการขยายพื้นที่ปลูกต้นมะลิแบบปลอดสารพิษ ในปี2559นี้ จำนวน 5,000ไร่  ปี 2560 จำนวน 5,000ไร่ และอีกหลายๆปีจนกว่าจะครบ 5หมื่นไร่  โดยใช้พื้นที่เขตภาคกลางทั้งหมด เพื่อระบบขนส่งไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและส่งออก 195ประเทศ (ทั่วโลก)


มีหลักเกณฑ์พิจารณาผู้จะเข้าร่วมโครงการ ดังนี้
1.มีพื้นที่ดินว่างเปล่าเป็นของตัวเอง ไม่ต่ำกว่า 10ไร่ /ครอบครัว
2.สามารถปลูกต้นมะลิได้ จำนวน 10-100ไร่ ต่อครอบครัว
3.มีภูมิลำเนาและที่ดินในเขตภาคกลาง ประกอบด้วย สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา สระบุรีบางส่วน  ลพบุรีบางส่วน  เน้น 7จังหวัดนี้ก่อน นำร่องโครงการผลิตดอกมะลิปลอดสารพิษส่งออก195ประเทศ
4.กิ่งพันธุ์ต้นมะลิ ซื้อโดยตรงกับ ป.เคมีภัณฑ์ เท่านั้น ราคา 5บาท!!!
5.ปุ๋ย-ยาชีวภาพซื้อโดยตรงกับ ป.เคมีภัณฑ์เท่านั้น
6.ค่าอบรมเบื้องต้น หัวละ 39,900 เกี่ยวกับรูปแบบสวนและดูแลเชิงลึก

7.ผลิตภัณฑ์ ดอกมะลิห้ามใครคนนอกและทำการตลาดเองเด็ดขาด


วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การเพาะดาวเรืองอย่างรวดเร็วด้วยการปักชำไวกว่าเพาะด้วยเมล็ดดาวเรือง


การเพาะดาวเรืองอย่างรวดเร็วด้วยการปักชำไวกว่าเพาะด้วยเมล็ดดาวเรือง

สารปรับปรุงดินตราเจ๊ทแพ๊คกิ้งแอ๊คจำกัด ปั๊มน้ำบาดาลลึก 8รองซีเมนต์ราวๆ 12เมตรกว่าๆที่ทุ่งนาบางระจัน

ปลูก ‘พืชใช้นํ้าน้อย’ หลังฤดูทำนาลดความเสี่ยง เสริมรายได้เกษตรกร | เดลินิวส์
„กจากใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคแล้วยังใช้ในการเกษตรกรรมด้วย ยิ่งภาวะภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นส่งผลถึงเกษตรกรที่กำลังเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร การปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ในช่วงฤดูแล้งจึงเป็นอีกทางเลือกช่วยให้เกษตรกรปลูกพืชผลการเกษตรต่อไปได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ พืชที่ใช้น้ำน้อย ปลูกหลังฤดูทำนามีหลายชนิดที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านการตลาด บางชนิดช่วยปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ก่อนถึงการปลูกข้าวในฤดูที่จะมาถึง อาจารย์ปาริชาติ พรมโชติ ภาควิชาพืชไร่ นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความรู้ว่า การทำนาของเกษตรกรมีทั้งการทำนาปีและนาปรัง นาปี คือนาที่ทำในช่วงฤดูฝนซึ่งช่วงเวลาทำนาในแต่ละภูมิภาคจะไม่ต่างกันมากขึ้นอยู่กับว่า จะเลือกทำนาลักษณะใด นาปักดำ นาหว่านเมล็ด หรือหว่านต้นกล้า ถ้าทำนาดำจะมีเวลาเตรียมกล้าก่อน เช่น ทางภาคเหนือ อีสานบางพื้นที่ซึ่งยังคงทำนาดำอยู่ ก็จะเริ่มเตรียมกล้านับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะเริ่มปักดำในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม สิงหาคม สิ้นสุดก็ประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคมขึ้นอยู่กับการปลูกช้าหรือปลูกเร็วของเกษตรกร ซึ่งแต่ละที่ฝนจะมาไม่พร้อมกัน แต่โดยส่วนใหญ่ช่วงเวลาของการทำนาอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มิถุนายนกระทั่งถึงพฤศจิกายน ซึ่งบางท้องที่อาจเก็บเกี่ยวช้าออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าว สภาพอากาศฝนมาช้าหรือเร็วเช่นกัน“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/article/218323

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์เรียกดอกมะลิ มะลิบ้าน,มะลิแช่,อ่างมะลิ,มะลิดิบ,มะลิหอม

คีย์เวิด KEY WORD : คำศัพท์เรียกดอกมะลิ มะลิบ้าน,มะลิแช่,อ่างมะลิ,มะลิดิบ,มะลิหอม

 ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่  /มาแล้วครับ
เพลงปั่นจักรยาน Bike for Dad มิวสิควีดีโอ มีหลายภาษาด้วย https://youtu.be/hLBX3b9oEf4
ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่เป็นที่ต้องการของตลาด195ประเทศเป็นอย่างมาก
        ดอกมะลิ ที่นิยมนำมาปลูกกันนั้นจะมีอยู่ 3 พันธุ์นั่นก็คือ พันธุ์แม่กลอง พันธุ์ราษฎร์บูรณะ พันธุ์ชุมพร ซึ่งแต่ละพันธุ์ก็จะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป แต่ทุกพันธุ์ล้วนแล้วแต่เป็นที่ต้องการของตลาดและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้การปลูกมะลิเพื่อขายดอกจึงเป็นอาชีพที่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ และสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ( ร ะ วั ง ห น อ น ทำ เ จ๊ ง เ ด๋ อ อ้ า ย )
ที่ปากคลองตลาดมีความต้องการดอกมะลิเป็น จำ น ว น ม า ก วั น ล ะ 100ตั น /วั น
วิธีการปลูกมะลิ
       
ในก า ร ป ลู  กม ะ ลิ ดิ น ที่ เ ห ม า ะ ส ม คื อ จั ง ห วั ด สิ ง ห์ บุ รี ทั้ ง ห  มด ในการปลูกจะต้องเป็นดินร่วนปนทราย และจะต้องทำการไถดะ ไถยกร่อง แล้วโรยปูนขาวพร้อมทั้งผสมปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก ต่อจากนั้นตากดินไว้ 45 วัน โดยแปลงปลูกควรกว้างประมาณ 3 เมตร และยกร่องให้สูงเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึง ตามด้วยการขุดหลุมโดยไม่ต้องขุดลึกมาก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกแล้วคลุกเคล้าเข้ากับดิน ต่อด้วยนำกล้าพันธุ์ลงปลูกแล้วกลบดิน หลังจากนั้นนำฟางมาคลุมโคนต้นให้ทั่วแปลง แล้วรดน้ำพอชุ่ม ไม่ควรปล่อยให้โคนต้นแห้ง (อบรมความรู้ระดับสูงคลิกที่นี่)
ในสมัยก่อนคนไทยนิยมนำดอกมะลิมาลอยในน้ำที่จะใช้ดื่มเพื่อเพิ่มความหอมชิ่นใจ
      สำหรับการดูแลรักษาประมาณ 15 วัน หลังการปลูกต้นมะลิจะแตกยอดใหม่ ดังนั้นในช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 กำมือ(ตายแน่นอน) ในบริเวณรอบโคนต้นแล้วรดน้ำ และต้องคอยหมั่นดูแลเรื่องวัชพืชให้ดี หลังจากนั้นอีก 20 วันโดยประมาณให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อีกทีในปริมาณเท่าเดิม(ตายๆ) แล้วรดน้ำรอบทรงพุ่ม    
ดอกมะลินั้นเป็นสินค้าที่ขายได้ราคาโดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญทางศาสนา วันแม่ และในช่วงหน้าหนาวที่มะลิจะไม่ค่อยออกดอกจึงทำให้มันยิ่งมีราคาแพง โดยมีราคาขายสูงถึง 5,000 บาท/กิโลกรัมกันเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การทำอาชีพเกษตรกรรมอย่างการปลูกมะลิเป็นอาชีพที่สร้างเศรษฐีเข้ามาประดับวงการการทำอาชีพเกษตรได้ไม่ยากนั่นเอง(ขายทั่วโลก195ประเทศ)
(ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)มะลิชนิดนี้ มีต้นวางขาย ผู้ขายบอกว่า มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเวียดนาม ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานกว่า 2 ปีแล้ว สามารถเจริญเติบโตได้ดีและมีดอกดกแบบไม่ขาดต้นตลอดทั้งปี ที่สำคัญ ผู้ขายยืนยันว่า ดอก มีกลิ่นหอมแรงมากอีกด้วย ผู้นำเข้า จึงตั้งชื่อ เป็นภาษาไทยว่า มะลิเวียดนามพร้อมขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายดังกล่าว
มะลิเวียดนาม เป็นไม้อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิทั่วไปคือ OLEACEAE ซึ่งผู้ขายบอกลักษณะทางพฤกษศาสตร์ว่า เป็นไม้พุ่มเตี้ย ต้นสูงเต็มที่ไม่เกิน 0.5-1 เมตร เท่านั้น เป็นสายพันธุ์ที่แตกกิ่งก้านสาขาหนาแน่นมากกว่ามะลิพันธุ์อื่นๆอย่างชัดเจน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีกว้าง ปลายและโคนใบแหลมหรือเกือบมน เนื้อใบค่อนข้างหนา สีเขียวสดเป็นมัน เวลาใบดกจะน่าชมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผู้ขายบอกว่า ถ้าผู้ปลูกขยันตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอจะยิ่งทำให้แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มหนาแน่นสวยงามยิ่งขึ้น
ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อ 3-5 ดอกต่อช่อ โดยดอกจะออกที่ปลายยอด ลักษณะดอกที่ผู้ขายบอกคือโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบดอกรูปเกือบมน 7-8 กลีบ กลีบดอกเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆหลายชั้น ดอกเป็นสีขาวสดใส มีกลิ่นหอมแรง เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูสวยงามพร้อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายทั่วบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ประทับใจยิ่งนัก ที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ขายยืนยันได้แก่ กลีบดอกแต่ละชั้นเมื่อเด็ดจากต้นแล้วสามารถถอดกลีบดอกเป็นชั้นๆ ได้ เหมือนกับมะลิถอดของไทยทุกอย่าง ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง และทาบกิ่ง


วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558

จดหมายข่าวถึงแฟนคลับสวนมะลิสิงห์บุรี ฉบับ วีดิโอคลิป

สวนมะลิสิงห์บุรี มีความประสงค์จะเปิดรับสมัครเอเยนต์ประจำจังหวัด78จังหวัด

****รับสมัครตัวแทนจำหน่าย 1จังหวัด 1 ตัวแทน****
    เนื่องด้วยการขยายพื้นที่ปลูก ต้นมะลิระบบออร์แกนิคของสวนมะลิสิงห์บุรี  มีจำนวนมาก และการขายในประเทศไทย และต่างประเทศ เราจึงแบ่งการจัดส่งดังนี้

ในประเทศไทย
1.กรุงเทพมหานคร  มีเอเยนต์ตามสมควรทางเราจะพิจารณาตามความเหมาะสม
2.เชียงใหม่ มีเอเยนต์ตามสมควรทางเราจะพิจารณาตามความเหมาะสม
3.ภูเก๊ต มีเอเยนต์ตามสมควรทางเราจะพิจารณาตามความเหมาะสม
4.สงขลา มีเอเยนต์ตามสมควรทางเราจะพิจารณาตามความเหมาะสม
5.โซนอีสาน บางจังหวัด มีเอเยนต์ตามสมควรทางเราจะพิจารณาตามความเหมาะสม
6.จังหวัดอื่นๆ แต่ละภูมิภาค พิจารณาเป็นกรณี
ต่างประเทศ
พิจารณาตามยอดสั่งซื้อและการติดต่อมาทางสวน
หากผู้ใดสนใจร่วมงาน ขายดอกมะลิสด สะอาด ปลอดภัย ปลอดสารติดต่อด่วน

ฟังเรื่องดอกมะลิ(เปิดลำโพงด้วย): http://www.malidokraksingburi.blogspot.com
เช็คราคาทางเพจเฟสบุ๊ค: http://www.facebook.com/pricejasminesinburi
ติดตามทางแฟนเพจมะลิสิงห์บุรี(ขอให้รวยทุกคนที่เข้าชม):https://www.facebook.com/malidokraksingburi

สวนมะลิสิงห์บุรี มีความประสงค์จะเปิดรับสมัครเอเยนต์ประจำจังหวัด78จังหวัด,กรณีว่างงาน : สำนักงานประกันสังคม,การขึ้นทะเบียนคนว่างงาน ที่สำนักงานจัดหางาน,การขึ้นทะเบียนประกันตนกรณีว่างงาน,หางานที่ JobTopGun - JOBTOPGUN.com?

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทำสวนมะลิ ง่ายจริงหรือ ?



ทำสวนมะลิ ง่ายจริงหรือ ? หนอนบุก,เพลี้ยระบาด,คนงานหายาก,พ่อค้าคนกลางกดราคา และอีกสารพัดปัญหา พุ่งเข้ามาคุณรับมือไหวไหม
หลายคนไม่มีประสบการณ์การทำสวนมะลิขนาดใหญ่ แค่ลองปลูกแค่ 100ต้นบ้าง  500ต้นบ้าง พอมาปลูกต้นมะลิ 5ไร่-10ไร่ไปไม่เป็นเลย
สเต๊ป  เจ๊งกับเครียส จะตามมาทันที!!!!
    ปัญหาอย่างแรกที่พบจากคนที่ร้างลาการเกษตรมานานคือ ปลูกอะไร? (ที่ไม่เหนื่อยมาก ไม่เคยทำมานานจะไม่ไหวเอาซะก่อน) 

คนส่วนใหญ่แนะนำว่า ถ้าแถวนั้นเขาทำอะไรเราก็ควรทำแบบนั้น...
คิดง่ายดีนะ...
ปัจจุบันพื้นที่แถวนี้ ทำไร่อ้อยกันเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาที่เห็นอยู่ คือปัญหาที่ซ้ำซาก 1.ผลผลิตที่ได้ไม่มาก แม้จะเคยศึกษาการผลิตให้ได้ 10 ตัน/ไร่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย การเพิ่มผลผลิตต่อไร่บนที่ดินเล็กๆ ไม่คุ้มค่าแน่ๆ เคยปรึกษากับผู้รู้ทั้งหลาย ได้คำตอบว่าที่ดินขนาดนี้ ถ้าลงทุนทำไร่อ้อย "เจ๊งกับเจ๊ง" 
2.ที่ดินที่ปลูกอ้อยไปแล้วจะเสียความสมบูรณ์ เกิดชั้นดาน เพราะต้องใช้สารเคมีมหาศาล จะทำอะไรไม่ได้ หลังจากทำไร่อ้อย
3.ราคาผลผลิตไม่จูงใจกับความตั้งใจที่มี
"มะลิ" ซัก 200ไร่ แต่แค่เริ่มก็มีเสียงคัดค้านอย่างกึกก้อง จากรอบข้าง ทั้งใกล้และไกล
...ประมาณว่าจะไหวหรือ ไม่รอดแน่ แต่ยังไงก็เป็นความตั้งใจ ที่จะเริ่ม...
"รอด" หรือ "ไม่รอด" ต้องลุ้น
...ถ้าไม่มีก้าวแรก ก็คงไม่มีก้าวต่อไป...