บทที่ 1 ก่อนเริ่มธุรกิจ
ในเรื่องของการทำความเข้าใจก่อนเริ่มต้นธุรกิจกันก่อน น่าจะทำให้เข้าใจรายละเอียดได้ดีขึ้น ซึ่งก็เริ่มจากการที่แต่เดิมเราเป็นลูกจ้างของบริษัท ซึ่งไม่ได้มีความเสี่ยงด้านรายได้มากนัก เพราะเราได้เงินเดือน โบนัส (และคอมมิสชั่น) เพื่อแลกกับการที่เราต้องทำงานเป็นเวลาตามระเบียบบริษัท
เมื่อเราอยากหารายได้ให้มากขึ้น เราก็ลงทุนกับ “การศึกษา” เพื่อขยับขยาย “ความรู้” และตามมาด้วย “ฐานเงินเดือน” ที่สูงขึ้นตามมา แต่รายได้ของเราก็เป็นการเพิ่มแบบเป็นขั้นบันได 1 2 3 4 อยู่ดี
บางคนก็จึงเริ่มเบื่อหน่ายกับงานประจำ เบื่อหน่ายทั้งจากในเรื่องของงาน รวมไปถึงต้องการมีรายได้ที่มากขึ้น เพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตทั้งของเราเองและของครอบครัว ให้มีกินมีใช้สุขสบายมากขึ้น มีเงินเก็บเหลือไว้ใช้ยามจำเป็น ทีนี้ก็เลยเริ่มคิดถึง “การทำธุรกิจส่วนตัว”
“การทำธุรกิจส่วนตัว” นั้น จะว่าไปแล้วต้องอาศัยความพร้อมในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ด้านของ “เงินลงทุน” “เวลาที่ใช้ในการบริหารจัดการ” และ “วิถีชีวิตที่จะต้องเป็นผู้ควบคุมกิจการและรับความเสี่ยงของกิจการ” เพื่อแลกมากับ “โอกาส” ที่รายได้ ”จะเติบโตก้าวกระโดด”
ในบทนี้ จึงขอเกริ่นในส่วนชองความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มทำกิจการ ซึ่งหมีคิดว่าน่าจะมีหัวข้อหลักๆ 3 ข้อ ได้แก่
ข้อแรก เราต้องเข้าใจว่าการทำธุรกิจ เราจะได้มาทั้ง “สิทธิในกำไรของกิจการ” และ “หน้าที่ในการบริหารงาน” โดยเงินลงทุนของเรา เป็นสิ่งที่ “เล่นจริง เจ็บจริง” เพื่อให้เห็นภาพก็ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราเป็นพนักงานเงินเดือน 24,000 บาท ถ้าคิดเฉลี่ย 30 วันก็แสดงว่าค่าตัวของเรา วันละ 800 บาท ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง ก็แสดงว่าต้นทุนของบริษัทที่จ่ายให้แก่เราก็คือ ชั่วโมงละ 80 บาท สมมติเรามาทำงานตรงเวลา แต่ถ้าสองขั่วโมงแรกเรามัวแต่ “เม้าท์มอย” กับเพื่อนๆ นั่นก็แสดงว่าบริษัท ทำเงินตกหายไปแล้ว 160 บาท (80 บาท x 2 ชั่วโมง) อันนี้ยังไม่รวมส่วนของเพื่อนๆเราด้วยนะ และนั่นก็หมายความว่า ถ้าเราเป็น “เจ้าของกิจการ” เราจะสูญเสียในส่วนนี้ และสิ่งที่เราต้องทำ คือ “ทำกำไรเพื่อให้ชดเชยกับส่วนที่หายไปตรงนี้”
ในเรื่องของการทำความเข้าใจก่อนเริ่มต้นธุรกิจกันก่อน น่าจะทำให้เข้าใจรายละเอียดได้ดีขึ้น ซึ่งก็เริ่มจากการที่แต่เดิมเราเป็นลูกจ้างของบริษัท ซึ่งไม่ได้มีความเสี่ยงด้านรายได้มากนัก เพราะเราได้เงินเดือน โบนัส (และคอมมิสชั่น) เพื่อแลกกับการที่เราต้องทำงานเป็นเวลาตามระเบียบบริษัท
เมื่อเราอยากหารายได้ให้มากขึ้น เราก็ลงทุนกับ “การศึกษา” เพื่อขยับขยาย “ความรู้” และตามมาด้วย “ฐานเงินเดือน” ที่สูงขึ้นตามมา แต่รายได้ของเราก็เป็นการเพิ่มแบบเป็นขั้นบันได 1 2 3 4 อยู่ดี
บางคนก็จึงเริ่มเบื่อหน่ายกับงานประจำ เบื่อหน่ายทั้งจากในเรื่องของงาน รวมไปถึงต้องการมีรายได้ที่มากขึ้น เพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตทั้งของเราเองและของครอบครัว ให้มีกินมีใช้สุขสบายมากขึ้น มีเงินเก็บเหลือไว้ใช้ยามจำเป็น ทีนี้ก็เลยเริ่มคิดถึง “การทำธุรกิจส่วนตัว”
“การทำธุรกิจส่วนตัว” นั้น จะว่าไปแล้วต้องอาศัยความพร้อมในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ด้านของ “เงินลงทุน” “เวลาที่ใช้ในการบริหารจัดการ” และ “วิถีชีวิตที่จะต้องเป็นผู้ควบคุมกิจการและรับความเสี่ยงของกิจการ” เพื่อแลกมากับ “โอกาส” ที่รายได้ ”จะเติบโตก้าวกระโดด”
ในบทนี้ จึงขอเกริ่นในส่วนชองความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มทำกิจการ ซึ่งหมีคิดว่าน่าจะมีหัวข้อหลักๆ 3 ข้อ ได้แก่
ข้อแรก เราต้องเข้าใจว่าการทำธุรกิจ เราจะได้มาทั้ง “สิทธิในกำไรของกิจการ” และ “หน้าที่ในการบริหารงาน” โดยเงินลงทุนของเรา เป็นสิ่งที่ “เล่นจริง เจ็บจริง” เพื่อให้เห็นภาพก็ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราเป็นพนักงานเงินเดือน 24,000 บาท ถ้าคิดเฉลี่ย 30 วันก็แสดงว่าค่าตัวของเรา วันละ 800 บาท ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง ก็แสดงว่าต้นทุนของบริษัทที่จ่ายให้แก่เราก็คือ ชั่วโมงละ 80 บาท สมมติเรามาทำงานตรงเวลา แต่ถ้าสองขั่วโมงแรกเรามัวแต่ “เม้าท์มอย” กับเพื่อนๆ นั่นก็แสดงว่าบริษัท ทำเงินตกหายไปแล้ว 160 บาท (80 บาท x 2 ชั่วโมง) อันนี้ยังไม่รวมส่วนของเพื่อนๆเราด้วยนะ และนั่นก็หมายความว่า ถ้าเราเป็น “เจ้าของกิจการ” เราจะสูญเสียในส่วนนี้ และสิ่งที่เราต้องทำ คือ “ทำกำไรเพื่อให้ชดเชยกับส่วนที่หายไปตรงนี้”

